news

ความรู้สึกหลังจัดฟันแบบใส invisalign

ความรู้สึกหลังจัดฟันแบบใส invisalign การจัดฟันแบบ Invisalign หรือ การจัดฟันแบบใส เป็นหนึ่งในวิธีการจัดฟันรูปแบบหนึ่ง ที่นอกจากจะทำให้ฟันเรียงตัวสวย และใบหน้าเข้ารูปแล้ว ยังเพิ่มความมั่นใจให้เราได้มากกว่า เนื่องจากไม่มีเหล็กให้เห็นในช่องปาก นับว่าเป็นวิธีที่เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่การจัดฟันแบบใสคืออะไร มีขั้นตอนการทำแบบไหน ต่างจากการจัดฟันธรรมดาอย่างไร

การจัดฟันแบบใส (Invisalign) คืออะไร?

การจัดฟัน แบบใส คือการใช้เครื่องมือจัดฟันที่เป็นพอลิเมอร์บางๆ ใสๆ มาใส่ครอบฟันเพื่อปรับโครงสร้าง ตำแหน่ง และการเรียงตัวของฟัน แทนการใส่เหล็กจัดฟัน ซึ่งเครื่องมือจัดฟันแบบใสนี้ เราสามารถถอดและใส่เองได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนจะเริ่มจัดฟันแบบใส ทันตแพทย์จะต้องสแกนฟันเพื่อประเมินแนวทางการรักษาว่าควรจะปรับรูปฟันแบบไหน เคลื่อนตำแหน่งฟันอย่างไร จากนั้นก็จะเริ่มใส่ชุดเครื่องมือจัดฟันที่ออกแบบมาพิเศษตามรูปฟันแต่ละคน โดยจะต้องเปลี่ยนชุดเครื่องมือจัดฟันทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งจำนวนชุดเครื่องมือที่ใช้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพฟันของเรา และแนวทางการรักษาที่คุณหมอพิจารณา
ทำไมถึงต้องจัดฟันแบบใส?

การจัดฟันแบบใส ช่วยปรับการเรียงตัวของฟันให้สวยเป็นระเบียบได้เหมือนกับการจัดฟันทั่วไป แถมยังมีจุดเด่นที่เหนือกว่าการใส่เหล็กจัดฟันด้วย เช่น

– มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟันในปาก ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นเวลายิ้ม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ว่ากำลังจัดฟันอยู่
– ดูแลความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถถอดออกได้เวลารับประทานอาหารและแปรงฟัน จึงไม่ต้องกลัวเศษอาหารเข้าไปติด ทั้งยังสามารถแปรงฟันได้ตามปกติ
– ชุดเครื่องมือจัดฟันสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของคราบหินปูน และสิ่งสกปรกต่างๆ
– เมื่อไม่มีเหล็กจัดฟัน จึงไม่มีปัญหาในการพูด ออกเสียง การเคี้ยวอาหาร และลดอาการเหงือกบวมแดง หรือเจ็บระคายเคืองในปากเนื่องมาจากเหล็กจัดฟันด้วย
– ไม่ต้องมาพบทันตแพทย์บ่อยๆ โดยจะนัดมาติดตามผลทุกๆ 2 – 3 เดือน ต่างจากการจัดฟันแบบปกติที่ต้องมาคลินิกทุก 3 – 5 สัปดาห์

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจัดฟันแบบใส

ผู้ต้องการจัดฟันต้องมาพบทันตแพทย์ เพื่อประเมินลักษณะฟันว่าเราสามารถจัดฟันแบบใสได้หรือไม่
จากนั้นจะต้องสแกนฟันด้วยเครื่องมือพิเศษที่แสดงผลรูปแบบพิมพ์ปากของเราออกมาเป็น 3D แอนิเมชัน เพื่อใช้ประเมินว่าแนวทางการรักษาจะเป็นอย่างไร มีลำดับการเคลื่อนตำแหน่งฟันตรงไหน อย่างไรบ้าง และต้องใช้ชุดเครื่องมือจำนวนกี่ชุด เพื่อปรับฟันให้เรียงสวยเข้ารูป
ตรวจสภาพฟันและเคลียร์ช่องปาก โดยการอุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด และกรอฟัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการใส่เครื่องมือจัดฟัน

ขั้นตอนระหว่างการจัดฟันแบบใส

– เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมตัวแล้ว ทันตแพทย์จะนัดรับชุดเครื่องมือจัดฟัน หรือ Aligner ชุดแรก พร้อมสอนวิธีการใส่ รวมทั้งแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ โดยเราต้องใส่ Aligner ไว้ตลอดเวลา ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน
– เมื่อใส่ Aligner ชุดแรกครบตามกำหนด ทันตแพทย์จะนัดอีกครั้งเพื่อติด Attachment ติดตามผล และรับ Aligner ชุดต่อๆ ไป โดยการใส่ Aligner แต่ละชุด มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ และทันตแพทย์จะนัดติดตามผลเป็นระยะ ทุกๆ 2 – 3 เดือน

ขั้นตอนหลังการจัดฟันแบบใส

เมื่อถอด Aligner ชุดสุดท้ายออกแล้ว เรายังจะต้องใส่ Retainer เพื่อคงสภาพฟันไปอีกระยะหนึ่ง ตามที่ทันตแพทย์กำหนด

ความรู้สึกหลังจัดฟันแบบใส

เจ็บไหม?

อาจมีรู้สึกเจ็บๆ ตึงๆ บ้าง หลังใส่ Aligner ชุดใหม่ 1 – 2 วันแรก แต่ถือว่าเจ็บน้อยมาก ถ้าเทียบกับการใส่เหล็กจัดฟัน และแทบไม่มีอาการระคายเคืองในปาก หรือเหงือกบวมแดงเลย

มีปัญหาในการรับประทานและการเคี้ยวอาหารไหม?

ไม่มีปัญหา เราสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ โดยถอด Aligner ออก ซึ่งไม่ต้องกลัวเศษอาหารติดเครื่องมือจัดฟัน และไม่รู้สึกปวดฟันขณะเคี้ยวด้วย

รู้สึกรำคาญเวลาใส่ไหม?

Aligner เป็นแบบใส่ครอบตัวฟัน จึงแทบไม่รู้สึกรำคาญหรือเคืองเลย แม้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ เว้นแต่เวลาจะรับประทานอาหารต้องคอยถอดออก บางคนจึงอาจรู้สึกว่าไม่สะดวกบ้าง

ระยะเวลาในการจัดฟันแบบใส

ระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 9 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน และจำนวนชุด Aligner หากฟันมีปัญหาเล็กน้อย และใช้ Aligner ไม่เกิน 7 ชิ้น อาจใช้เวลาจัดฟันน้อยกว่า 6 เดือนก็ได้

ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันแบบใส

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนชุดเครื่องมือจัดฟันที่ต้องใช้ หากมีจำนวนมากราคาก็ยิ่งสูง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 250,000 บาท เนื่องจากราคาจะค่อนข้างสูง บางคลินิคจึงมีบริการผ่อนชำระ หรือแบ่งจ่ายเป็นรายงวด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละคลินิก